การเรียนให้ประสบความสำเร็จในการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์
ไม่ใช่เรื่องยากนัก หากมีการความเข้าใจ และเตรียมตัวพอควร
มีข้อสรุปเป็นแนวทางการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ที่ประสบความสำเร็จ ดังนี้
■สร้างความเคยชินในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ฝึกหัดการค้นข้อมูล ฝึกหัดการรับส่งจดหมายอิเลคทรอนิคส์ ฝึกหัดใช้เครื่องมือในการสื่อสาร และเครื่องมือในการเรียนของระบบจัดการเรียน จนมีความมั่นใจในการใช้งาน การทดลองและฝึกหัดควรทำในสถานที่ที่จะใช้เป็นสถานที่เรียน เช่นที่ทำงาน หรือที่บ้าน เนื่องจากบางครั้งระบบเครือข่ายของแต่ละสถานที่อาจจะมีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันบางอย่างที่ทำให้เกิดปัญหา อุปสรรคในการเข้าใช้บทเรียน ■ทำความเข้าใจกับประมวลรายวิชา (Course Syllabus) เพื่อจะได้ทราบการเตรียมตัวในการเรียน วิธีการเรียน กำหนดการส่งงานต่างๆ และวิธีการประเมินผลของรายวิชา ตรวจสอบวิธีการสื่อสารกับอาจารย์ และเพื่อนๆร่วมชั้นเรียน และวิธีการขอความช่วยเหลือหากมีปัญหา ■วางแผนการเรียนของตนเอง เช่น จะใช้เวลาใดในแต่ละวันเพื่อเข้าสู่บทเรียน ใช้เวลาสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงในการเรียน เผื่อเวลาให้มากกว่าเวลาที่ต้องใช้จริงตามที่กำหนดในประมวลรายวิชา ส่งงานหรือทำกิจกรรมที่กำหนดให้เสร็จก่อนเวลาเสมอ เนื่องจากอาจจะมีเหตุการณ์ไม่ได้คาดคิดเกิดขึ้นในวินาทีสุดท้าย เช่น ระบบเครือข่ายล้มเหลว เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหาย ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ส่งงานไม่ทัน ■สร้างนิสัยที่ดีสำหรับการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น เปิดตู้ e-mail อย่างน้อยทุกวันๆละครั้ง เปิดอ่านข่าวประกาศของรายวิชาเป็นประจำ เปิด กระดานถามตอบเป็นประจำเพื่อติดตามประเด็นถามตอบ เป็นต้น
■ทำความเข้าใจกับการสื่อสารด้วยตัวอักษร ขอให้เข้าใจว่าการสื่อสารด้วยตัวอักษร จะไม่มีสีหน้า ท่าทางของผู้พูดมาช่วยในการตีความหมายข้อความ ดังนั้นผู้สื่อสารจำเป็นต้องใช้ข้อความที่ชัดเจน สื่อความหมายตรงประเด็น อาจจะใช้การยกตัวอย่างช่วยให้เกิดความเข้าใจที่เป็นรูปธรรม สำหรับผู้อ่านข้อความก็ควรจะอ่านอย่างตั้งใจ และพยายามทำความเข้าใจในแง่มุมของผู้สื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ใกล้เคียงความตั้งใจของผู้สื่อสาร ■เข้าสังคมออนไลน์ โดยพยายามทำความรู้จัก คุ้นเคยกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และอาจารย์ โดยการสื่อสาร พูดคุย ทักทาย และเรียนรู้กันและกันจากประวัติ (Profile) ในการเรียนทางไกลผ่านอิเลคทรอนิคส์ เนื่องจากจะไม่ได้พบกันแบบเห็นหน้า ความรู้สึกคุ้นเคย สนิทสนมกันระหว่างผู้เรียนมักจะไม่ค่อยมี หากผู้เรียนไม่พยายามทำความรู้จักกันแล้ว เมื่อเรียนไปได้สักระยะแต่ละคนจะรู้สึกโดดเดี่ยว ขาดแรงจูงใจในการเข้าเว็บการเรียน อาจจะนำไปสู่การเลิกเรียนกลางครันได้
■ขอความช่วยเหลือทางเทคนิคทันทีที่มีปัญหา อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป หรือพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตนเองเป็นเวลานาน ปัญหาทางด้านเทคนิคบางครั้งละเอียดอ่อน และต้องการผู้มีประสบการณ์ในการช่วยแก้ไข ขณะเดียวกันการพยายามเรียนรู้เพื่อใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีไปพร้อมกัน ก็จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ■ทำความเข้าใจตนเอง ข้อดี ข้อจำกัด ค้นหาแบบการเรียนของตนเอง (learning Style) ทำการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถเรียนได้ประสบความสำเร็จ เช่น ชอบเรียนด้วยการอ่าน หรือชอบเรียนด้วยการดูและฟังการบรรยาย หรือชอบเรียนด้วยการปฏิบัติกิจกรรม ก็ให้พยายามเลือกสื่อและวิธีการที่ใช้ในการเรียนให้เข้ากับแบบการเรียนของตนเอง หรือ จะเรียนเนื้อหาได้ดีในตอนกลางคืนที่ไม่มีผู้รบกวนก็จัดเวลาเรียนเป็นช่วงกลางคืน
(ข้อมูลจาก http://www.thaicyberu.go.th/officialtcu/main/forstudent.asp)
วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552
การเรียนให้ประสบความสำเร็จในการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์
ไม่ใช่เรื่องยากนัก หากมีการความเข้าใจ และเตรียมตัวพอควร
มีข้อสรุปเป็นแนวทางการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ที่ประสบความสำเร็จ ดังนี้
■สร้างความเคยชินในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ฝึกหัดการค้นข้อมูล ฝึกหัดการรับส่งจดหมายอิเลคทรอนิคส์ ฝึกหัดใช้เครื่องมือในการสื่อสาร และเครื่องมือในการเรียนของระบบจัดการเรียน จนมีความมั่นใจในการใช้งาน การทดลองและฝึกหัดควรทำในสถานที่ที่จะใช้เป็นสถานที่เรียน เช่นที่ทำงาน หรือที่บ้าน เนื่องจากบางครั้งระบบเครือข่ายของแต่ละสถานที่อาจจะมีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันบางอย่างที่ทำให้เกิดปัญหา อุปสรรคในการเข้าใช้บทเรียน ■ทำความเข้าใจกับประมวลรายวิชา (Course Syllabus) เพื่อจะได้ทราบการเตรียมตัวในการเรียน วิธีการเรียน กำหนดการส่งงานต่างๆ และวิธีการประเมินผลของรายวิชา ตรวจสอบวิธีการสื่อสารกับอาจารย์ และเพื่อนๆร่วมชั้นเรียน และวิธีการขอความช่วยเหลือหากมีปัญหา ■วางแผนการเรียนของตนเอง เช่น จะใช้เวลาใดในแต่ละวันเพื่อเข้าสู่บทเรียน ใช้เวลาสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงในการเรียน เผื่อเวลาให้มากกว่าเวลาที่ต้องใช้จริงตามที่กำหนดในประมวลรายวิชา ส่งงานหรือทำกิจกรรมที่กำหนดให้เสร็จก่อนเวลาเสมอ เนื่องจากอาจจะมีเหตุการณ์ไม่ได้คาดคิดเกิดขึ้นในวินาทีสุดท้าย เช่น ระบบเครือข่ายล้มเหลว เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหาย ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ส่งงานไม่ทัน ■สร้างนิสัยที่ดีสำหรับการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น เปิดตู้ e-mail อย่างน้อยทุกวันๆละครั้ง เปิดอ่านข่าวประกาศของรายวิชาเป็นประจำ เปิด กระดานถามตอบเป็นประจำเพื่อติดตามประเด็นถามตอบ เป็นต้น
■ทำความเข้าใจกับการสื่อสารด้วยตัวอักษร ขอให้เข้าใจว่าการสื่อสารด้วยตัวอักษร จะไม่มีสีหน้า ท่าทางของผู้พูดมาช่วยในการตีความหมายข้อความ ดังนั้นผู้สื่อสารจำเป็นต้องใช้ข้อความที่ชัดเจน สื่อความหมายตรงประเด็น อาจจะใช้การยกตัวอย่างช่วยให้เกิดความเข้าใจที่เป็นรูปธรรม สำหรับผู้อ่านข้อความก็ควรจะอ่านอย่างตั้งใจ และพยายามทำความเข้าใจในแง่มุมของผู้สื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ใกล้เคียงความตั้งใจของผู้สื่อสาร ■เข้าสังคมออนไลน์ โดยพยายามทำความรู้จัก คุ้นเคยกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และอาจารย์ โดยการสื่อสาร พูดคุย ทักทาย และเรียนรู้กันและกันจากประวัติ (Profile) ในการเรียนทางไกลผ่านอิเลคทรอนิคส์ เนื่องจากจะไม่ได้พบกันแบบเห็นหน้า ความรู้สึกคุ้นเคย สนิทสนมกันระหว่างผู้เรียนมักจะไม่ค่อยมี หากผู้เรียนไม่พยายามทำความรู้จักกันแล้ว เมื่อเรียนไปได้สักระยะแต่ละคนจะรู้สึกโดดเดี่ยว ขาดแรงจูงใจในการเข้าเว็บการเรียน อาจจะนำไปสู่การเลิกเรียนกลางครันได้
■ขอความช่วยเหลือทางเทคนิคทันทีที่มีปัญหา อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป หรือพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตนเองเป็นเวลานาน ปัญหาทางด้านเทคนิคบางครั้งละเอียดอ่อน และต้องการผู้มีประสบการณ์ในการช่วยแก้ไข ขณะเดียวกันการพยายามเรียนรู้เพื่อใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีไปพร้อมกัน ก็จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ■ทำความเข้าใจตนเอง ข้อดี ข้อจำกัด ค้นหาแบบการเรียนของตนเอง (learning Style) ทำการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถเรียนได้ประสบความสำเร็จ เช่น ชอบเรียนด้วยการอ่าน หรือชอบเรียนด้วยการดูและฟังการบรรยาย หรือชอบเรียนด้วยการปฏิบัติกิจกรรม ก็ให้พยายามเลือกสื่อและวิธีการที่ใช้ในการเรียนให้เข้ากับแบบการเรียนของตนเอง หรือ จะเรียนเนื้อหาได้ดีในตอนกลางคืนที่ไม่มีผู้รบกวนก็จัดเวลาเรียนเป็นช่วงกลางคืน
(ข้อมูลจาก http://www.thaicyberu.go.th/officialtcu/main/forstudent.asp)
ไม่ใช่เรื่องยากนัก หากมีการความเข้าใจ และเตรียมตัวพอควร
มีข้อสรุปเป็นแนวทางการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ที่ประสบความสำเร็จ ดังนี้
■สร้างความเคยชินในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ฝึกหัดการค้นข้อมูล ฝึกหัดการรับส่งจดหมายอิเลคทรอนิคส์ ฝึกหัดใช้เครื่องมือในการสื่อสาร และเครื่องมือในการเรียนของระบบจัดการเรียน จนมีความมั่นใจในการใช้งาน การทดลองและฝึกหัดควรทำในสถานที่ที่จะใช้เป็นสถานที่เรียน เช่นที่ทำงาน หรือที่บ้าน เนื่องจากบางครั้งระบบเครือข่ายของแต่ละสถานที่อาจจะมีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันบางอย่างที่ทำให้เกิดปัญหา อุปสรรคในการเข้าใช้บทเรียน ■ทำความเข้าใจกับประมวลรายวิชา (Course Syllabus) เพื่อจะได้ทราบการเตรียมตัวในการเรียน วิธีการเรียน กำหนดการส่งงานต่างๆ และวิธีการประเมินผลของรายวิชา ตรวจสอบวิธีการสื่อสารกับอาจารย์ และเพื่อนๆร่วมชั้นเรียน และวิธีการขอความช่วยเหลือหากมีปัญหา ■วางแผนการเรียนของตนเอง เช่น จะใช้เวลาใดในแต่ละวันเพื่อเข้าสู่บทเรียน ใช้เวลาสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงในการเรียน เผื่อเวลาให้มากกว่าเวลาที่ต้องใช้จริงตามที่กำหนดในประมวลรายวิชา ส่งงานหรือทำกิจกรรมที่กำหนดให้เสร็จก่อนเวลาเสมอ เนื่องจากอาจจะมีเหตุการณ์ไม่ได้คาดคิดเกิดขึ้นในวินาทีสุดท้าย เช่น ระบบเครือข่ายล้มเหลว เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหาย ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ส่งงานไม่ทัน ■สร้างนิสัยที่ดีสำหรับการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น เปิดตู้ e-mail อย่างน้อยทุกวันๆละครั้ง เปิดอ่านข่าวประกาศของรายวิชาเป็นประจำ เปิด กระดานถามตอบเป็นประจำเพื่อติดตามประเด็นถามตอบ เป็นต้น
■ทำความเข้าใจกับการสื่อสารด้วยตัวอักษร ขอให้เข้าใจว่าการสื่อสารด้วยตัวอักษร จะไม่มีสีหน้า ท่าทางของผู้พูดมาช่วยในการตีความหมายข้อความ ดังนั้นผู้สื่อสารจำเป็นต้องใช้ข้อความที่ชัดเจน สื่อความหมายตรงประเด็น อาจจะใช้การยกตัวอย่างช่วยให้เกิดความเข้าใจที่เป็นรูปธรรม สำหรับผู้อ่านข้อความก็ควรจะอ่านอย่างตั้งใจ และพยายามทำความเข้าใจในแง่มุมของผู้สื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ใกล้เคียงความตั้งใจของผู้สื่อสาร ■เข้าสังคมออนไลน์ โดยพยายามทำความรู้จัก คุ้นเคยกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และอาจารย์ โดยการสื่อสาร พูดคุย ทักทาย และเรียนรู้กันและกันจากประวัติ (Profile) ในการเรียนทางไกลผ่านอิเลคทรอนิคส์ เนื่องจากจะไม่ได้พบกันแบบเห็นหน้า ความรู้สึกคุ้นเคย สนิทสนมกันระหว่างผู้เรียนมักจะไม่ค่อยมี หากผู้เรียนไม่พยายามทำความรู้จักกันแล้ว เมื่อเรียนไปได้สักระยะแต่ละคนจะรู้สึกโดดเดี่ยว ขาดแรงจูงใจในการเข้าเว็บการเรียน อาจจะนำไปสู่การเลิกเรียนกลางครันได้
■ขอความช่วยเหลือทางเทคนิคทันทีที่มีปัญหา อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป หรือพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตนเองเป็นเวลานาน ปัญหาทางด้านเทคนิคบางครั้งละเอียดอ่อน และต้องการผู้มีประสบการณ์ในการช่วยแก้ไข ขณะเดียวกันการพยายามเรียนรู้เพื่อใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีไปพร้อมกัน ก็จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ■ทำความเข้าใจตนเอง ข้อดี ข้อจำกัด ค้นหาแบบการเรียนของตนเอง (learning Style) ทำการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถเรียนได้ประสบความสำเร็จ เช่น ชอบเรียนด้วยการอ่าน หรือชอบเรียนด้วยการดูและฟังการบรรยาย หรือชอบเรียนด้วยการปฏิบัติกิจกรรม ก็ให้พยายามเลือกสื่อและวิธีการที่ใช้ในการเรียนให้เข้ากับแบบการเรียนของตนเอง หรือ จะเรียนเนื้อหาได้ดีในตอนกลางคืนที่ไม่มีผู้รบกวนก็จัดเวลาเรียนเป็นช่วงกลางคืน
(ข้อมูลจาก http://www.thaicyberu.go.th/officialtcu/main/forstudent.asp)
การเรียนให้ประสบความสำเร็จในการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์
ไม่ใช่เรื่องยากนัก หากมีการความเข้าใจ และเตรียมตัวพอควร
มีข้อสรุปเป็นแนวทางการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ที่ประสบความสำเร็จ ดังนี้
■สร้างความเคยชินในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ฝึกหัดการค้นข้อมูล ฝึกหัดการรับส่งจดหมายอิเลคทรอนิคส์ ฝึกหัดใช้เครื่องมือในการสื่อสาร และเครื่องมือในการเรียนของระบบจัดการเรียน จนมีความมั่นใจในการใช้งาน การทดลองและฝึกหัดควรทำในสถานที่ที่จะใช้เป็นสถานที่เรียน เช่นที่ทำงาน หรือที่บ้าน เนื่องจากบางครั้งระบบเครือข่ายของแต่ละสถานที่อาจจะมีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันบางอย่างที่ทำให้เกิดปัญหา อุปสรรคในการเข้าใช้บทเรียน ■ทำความเข้าใจกับประมวลรายวิชา (Course Syllabus) เพื่อจะได้ทราบการเตรียมตัวในการเรียน วิธีการเรียน กำหนดการส่งงานต่างๆ และวิธีการประเมินผลของรายวิชา ตรวจสอบวิธีการสื่อสารกับอาจารย์ และเพื่อนๆร่วมชั้นเรียน และวิธีการขอความช่วยเหลือหากมีปัญหา ■วางแผนการเรียนของตนเอง เช่น จะใช้เวลาใดในแต่ละวันเพื่อเข้าสู่บทเรียน ใช้เวลาสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงในการเรียน เผื่อเวลาให้มากกว่าเวลาที่ต้องใช้จริงตามที่กำหนดในประมวลรายวิชา ส่งงานหรือทำกิจกรรมที่กำหนดให้เสร็จก่อนเวลาเสมอ เนื่องจากอาจจะมีเหตุการณ์ไม่ได้คาดคิดเกิดขึ้นในวินาทีสุดท้าย เช่น ระบบเครือข่ายล้มเหลว เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหาย ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ส่งงานไม่ทัน ■สร้างนิสัยที่ดีสำหรับการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น เปิดตู้ e-mail อย่างน้อยทุกวันๆละครั้ง เปิดอ่านข่าวประกาศของรายวิชาเป็นประจำ เปิด กระดานถามตอบเป็นประจำเพื่อติดตามประเด็นถามตอบ เป็นต้น
■ทำความเข้าใจกับการสื่อสารด้วยตัวอักษร ขอให้เข้าใจว่าการสื่อสารด้วยตัวอักษร จะไม่มีสีหน้า ท่าทางของผู้พูดมาช่วยในการตีความหมายข้อความ ดังนั้นผู้สื่อสารจำเป็นต้องใช้ข้อความที่ชัดเจน สื่อความหมายตรงประเด็น อาจจะใช้การยกตัวอย่างช่วยให้เกิดความเข้าใจที่เป็นรูปธรรม สำหรับผู้อ่านข้อความก็ควรจะอ่านอย่างตั้งใจ และพยายามทำความเข้าใจในแง่มุมของผู้สื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ใกล้เคียงความตั้งใจของผู้สื่อสาร ■เข้าสังคมออนไลน์ โดยพยายามทำความรู้จัก คุ้นเคยกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และอาจารย์ โดยการสื่อสาร พูดคุย ทักทาย และเรียนรู้กันและกันจากประวัติ (Profile) ในการเรียนทางไกลผ่านอิเลคทรอนิคส์ เนื่องจากจะไม่ได้พบกันแบบเห็นหน้า ความรู้สึกคุ้นเคย สนิทสนมกันระหว่างผู้เรียนมักจะไม่ค่อยมี หากผู้เรียนไม่พยายามทำความรู้จักกันแล้ว เมื่อเรียนไปได้สักระยะแต่ละคนจะรู้สึกโดดเดี่ยว ขาดแรงจูงใจในการเข้าเว็บการเรียน อาจจะนำไปสู่การเลิกเรียนกลางครันได้
■ขอความช่วยเหลือทางเทคนิคทันทีที่มีปัญหา อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป หรือพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตนเองเป็นเวลานาน ปัญหาทางด้านเทคนิคบางครั้งละเอียดอ่อน และต้องการผู้มีประสบการณ์ในการช่วยแก้ไข ขณะเดียวกันการพยายามเรียนรู้เพื่อใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีไปพร้อมกัน ก็จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ■ทำความเข้าใจตนเอง ข้อดี ข้อจำกัด ค้นหาแบบการเรียนของตนเอง (learning Style) ทำการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถเรียนได้ประสบความสำเร็จ เช่น ชอบเรียนด้วยการอ่าน หรือชอบเรียนด้วยการดูและฟังการบรรยาย หรือชอบเรียนด้วยการปฏิบัติกิจกรรม ก็ให้พยายามเลือกสื่อและวิธีการที่ใช้ในการเรียนให้เข้ากับแบบการเรียนของตนเอง หรือ จะเรียนเนื้อหาได้ดีในตอนกลางคืนที่ไม่มีผู้รบกวนก็จัดเวลาเรียนเป็นช่วงกลางคืน
(ข้อมูลจาก http://www.thaicyberu.go.th/officialtcu/main/forstudent.asp)
ไม่ใช่เรื่องยากนัก หากมีการความเข้าใจ และเตรียมตัวพอควร
มีข้อสรุปเป็นแนวทางการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ที่ประสบความสำเร็จ ดังนี้
■สร้างความเคยชินในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ฝึกหัดการค้นข้อมูล ฝึกหัดการรับส่งจดหมายอิเลคทรอนิคส์ ฝึกหัดใช้เครื่องมือในการสื่อสาร และเครื่องมือในการเรียนของระบบจัดการเรียน จนมีความมั่นใจในการใช้งาน การทดลองและฝึกหัดควรทำในสถานที่ที่จะใช้เป็นสถานที่เรียน เช่นที่ทำงาน หรือที่บ้าน เนื่องจากบางครั้งระบบเครือข่ายของแต่ละสถานที่อาจจะมีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันบางอย่างที่ทำให้เกิดปัญหา อุปสรรคในการเข้าใช้บทเรียน ■ทำความเข้าใจกับประมวลรายวิชา (Course Syllabus) เพื่อจะได้ทราบการเตรียมตัวในการเรียน วิธีการเรียน กำหนดการส่งงานต่างๆ และวิธีการประเมินผลของรายวิชา ตรวจสอบวิธีการสื่อสารกับอาจารย์ และเพื่อนๆร่วมชั้นเรียน และวิธีการขอความช่วยเหลือหากมีปัญหา ■วางแผนการเรียนของตนเอง เช่น จะใช้เวลาใดในแต่ละวันเพื่อเข้าสู่บทเรียน ใช้เวลาสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงในการเรียน เผื่อเวลาให้มากกว่าเวลาที่ต้องใช้จริงตามที่กำหนดในประมวลรายวิชา ส่งงานหรือทำกิจกรรมที่กำหนดให้เสร็จก่อนเวลาเสมอ เนื่องจากอาจจะมีเหตุการณ์ไม่ได้คาดคิดเกิดขึ้นในวินาทีสุดท้าย เช่น ระบบเครือข่ายล้มเหลว เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหาย ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ส่งงานไม่ทัน ■สร้างนิสัยที่ดีสำหรับการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น เปิดตู้ e-mail อย่างน้อยทุกวันๆละครั้ง เปิดอ่านข่าวประกาศของรายวิชาเป็นประจำ เปิด กระดานถามตอบเป็นประจำเพื่อติดตามประเด็นถามตอบ เป็นต้น
■ทำความเข้าใจกับการสื่อสารด้วยตัวอักษร ขอให้เข้าใจว่าการสื่อสารด้วยตัวอักษร จะไม่มีสีหน้า ท่าทางของผู้พูดมาช่วยในการตีความหมายข้อความ ดังนั้นผู้สื่อสารจำเป็นต้องใช้ข้อความที่ชัดเจน สื่อความหมายตรงประเด็น อาจจะใช้การยกตัวอย่างช่วยให้เกิดความเข้าใจที่เป็นรูปธรรม สำหรับผู้อ่านข้อความก็ควรจะอ่านอย่างตั้งใจ และพยายามทำความเข้าใจในแง่มุมของผู้สื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ใกล้เคียงความตั้งใจของผู้สื่อสาร ■เข้าสังคมออนไลน์ โดยพยายามทำความรู้จัก คุ้นเคยกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และอาจารย์ โดยการสื่อสาร พูดคุย ทักทาย และเรียนรู้กันและกันจากประวัติ (Profile) ในการเรียนทางไกลผ่านอิเลคทรอนิคส์ เนื่องจากจะไม่ได้พบกันแบบเห็นหน้า ความรู้สึกคุ้นเคย สนิทสนมกันระหว่างผู้เรียนมักจะไม่ค่อยมี หากผู้เรียนไม่พยายามทำความรู้จักกันแล้ว เมื่อเรียนไปได้สักระยะแต่ละคนจะรู้สึกโดดเดี่ยว ขาดแรงจูงใจในการเข้าเว็บการเรียน อาจจะนำไปสู่การเลิกเรียนกลางครันได้
■ขอความช่วยเหลือทางเทคนิคทันทีที่มีปัญหา อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป หรือพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตนเองเป็นเวลานาน ปัญหาทางด้านเทคนิคบางครั้งละเอียดอ่อน และต้องการผู้มีประสบการณ์ในการช่วยแก้ไข ขณะเดียวกันการพยายามเรียนรู้เพื่อใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีไปพร้อมกัน ก็จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ■ทำความเข้าใจตนเอง ข้อดี ข้อจำกัด ค้นหาแบบการเรียนของตนเอง (learning Style) ทำการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถเรียนได้ประสบความสำเร็จ เช่น ชอบเรียนด้วยการอ่าน หรือชอบเรียนด้วยการดูและฟังการบรรยาย หรือชอบเรียนด้วยการปฏิบัติกิจกรรม ก็ให้พยายามเลือกสื่อและวิธีการที่ใช้ในการเรียนให้เข้ากับแบบการเรียนของตนเอง หรือ จะเรียนเนื้อหาได้ดีในตอนกลางคืนที่ไม่มีผู้รบกวนก็จัดเวลาเรียนเป็นช่วงกลางคืน
(ข้อมูลจาก http://www.thaicyberu.go.th/officialtcu/main/forstudent.asp)
วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
การใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
(Microsoft Windows)
เนื้อหาจะเป็นการแนะนำ การใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ต่าง ๆ ที่จำเป็น ตั้งแต่การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ การจับเม้าส์ การกดปุ่มบนเม้าส์ ตลอดจนการเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ขึ้นมา การปิดโปรแกรมต่าง ๆ เมื่อไม่ใช้งาน การแก้ไขเครื่องในกรณีเครื่องเกิดอาการ Hang การปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้อง
การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
1. ตรวจสอบปลั๊กเสียก่อนว่า เสียบเรียบร้อยดีหรือไม่
2. ที่จอภาพ กดสวิทซ์ เพื่อเปิดจอภาพ
3. ที่ CPU. ด้านหน้า จะมีสวิทซ์ เพื่อเปิดเครื่อง (กดเบา ๆ )
4. เมื่อเปิดเครื่องแล้ว รอสักครู่ ที่จอภาพจะมีข้อความเพื่อตรวจสอบระบบต่าง ๆ
5. จากนั้น จะมีเสียง 1 ครั้ง
6. ที่หน้าจอภาพจะขึ้นคำว่า Windows เป็นการเริ่มต้นการใช้เครื่อง เพราะเครื่องจะต้องเรียกโปรแกรมควบคุมเครื่องที่ชื่อว่า Windows เสียก่อน (จะใช้เวลาประมาณ 3 นาที)
7. จากนั้นหน้าจอภาพจะมีโปรแกรมต่าง ๆ อยู่ด้านซ้าย และด้านล่างจะมีแถบ Task Bar ให้เราทำงานได้
การเลิกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
1. คลิ๊กที่ปุ่ม Start
2. เลื่อนมาคลิ๊กที่คำสั่ง Shut Down
3. คลิ๊กปุ่ม Ok
4. รอสักครู่เครื่องจะเริ่มทำการปิดระบบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์
5. จากนั้นเครื่องจะดับเอง
6. ยกเว้น จอภาพ ให้กดสวิทซ์ ปิดจอด้วย
ส่วนประกอบของหน้าจอภาพเมื่อเข้าสู่วินโดวส์เรียบร้อยแล้ว
1. ส่วนที่เป็นภาพฉากหลัง เราเรียกว่า ส่วนพื้นจอภาพ (Desk Top)
2. ด้านซ้ายของจอภาพ ส่วนที่เป็นรูปภาพ และมีคำบอกว่าเป็นโปรแกรมอะไร เรียกว่า (Icon) ลักษณะจะเป็นโปรแกรมต่าง ๆ ที่วินโดวส์ จะนำมาไว้ที่จอภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นโปรแกรมที่ถูกเรียกใช้บ่อย ๆ
3. ด้านล่างของจอภาพที่เป็นแถบสีเทา เราเรียกว่า (Task Bar) เป็นส่วนบอกสถานะต่าง ๆ โดยที่ด้านขวาของ ทาสบาร์ จะบอกเวลาปัจจุบัน สถานะของแป้นพิมพ์ว่า ภาษาไทย หรือ อังกฤษ โปรแกรมที่ถูกฝังตัวอยู่ ส่วนแถบตรงกลางจะใช้บอกว่า ขณะนี้เราเปิดโปรแกรมอะไรใช้งานอยู่บ้าง ด้านซ้ายของจอภาพ จะมีปุ่ม Start ใช้ในการเริ่มเข้าสู่โปรแกรมต่าง ๆ
การกดปุ่มบนเม้าส์ (Mouse) เม้าส์ในปัจจุบันจะมี 2 ปุ่ม ซ้าย และขวา ส่วนถ้าเป็นแบบล่าสุด จะมีปุ่มคล้าย ๆ ล้ออยู่ตรงกลางเพื่อใช้ในการเลื่อน ขึ้น และ ลง บนหน้าจอภาพ (Scroll Bar) ในการกดปุ่มบนเม้าส์นั้น จะมีวิธีกดปุ่มบนเม้าส์อยู่ทั้งหมด 4 วิธีคือ
1. คลิ๊ก (Click) คือการใช้นิ้วชี้กดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ 1 ครั้ง ใช้ในการเลือกสิ่งต่าง ๆ บนจอภาพ
2. ดับเบิ้ลคลิ๊ก (Double Click) คือการใช้นิ้วชี้กดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ 2 ครั้ง ติดกันอย่างเร็ว ใช้ในการเปิดโปรแกรมที่อยู่ด้านซ้ายของจอภาพ
3. แดร๊ก (Drag) คือการกดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ ค้างไว้ แล้วลากเม้าส์ ใช้ในการย้ายสิ่งต่าง ๆ
4. คลิ๊กขวา (Right – Click) คือการใช้นิ้วกลาง กดปุ่ม ขวา ของเม้าส์ 1 ครั้ง ใช้ในการเข้าเมนูลัดของโปรแกรม (Context Menu)
การเปิดโปรแกรมขึ้นมาใช้งาน เช่น ต้องการเปิดโปรแกรมเครื่องคิดเลข (Calculator)
1. คลิ๊กที่ปุ่ม Start ตรงแถบทาสบาร์ด้านล่างซ้ายมือ
2. เลื่อนเม้าส์เพื่อให้ลูกศรที่จอภาพ ชี้ที่คำว่า Program ตรงนี้ชี้ไว้เฉย ๆ ครับ ไม่ต้องคลิ๊กเม้าส์
3. เลื่อนเม้าส์ไปทางขวา ในแนวนอนก่อน แล้วเลื่อนขึ้นไปที่คำว่า Accessories ไม่ต้องคลิ๊กเม้าส์
4. เลื่อนเม้าส์ไปทางขวา ในแนวนอนอีก แล้วเลื่อนลงมาที่คำว่า Calculator
5. จากนั้นจับเม้าส์ให้ นิ่ง ๆ คลิ๊กเม้าส์ 1 ที (คือการกดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ 1 ครั้ง)
6. กรอบต่าง ๆ จะหายไป แล้วเครื่องจะเปิดหน้าต่าง เครื่องคิดเลขขึ้นมา ถือว่าเสร็จขึ้นตอนการเปิดโปรแกรมเครื่องคิดเลข ขึ้นมาใช้งาน ครับ
การปิดโปรแกรม เครื่องคิดเลข
1. ที่หน้าต่างเครื่องคิดเลข (Calculator) ตรงด้านบน ขวา มือจะมีปุ่มอยู่ 3 ปุ่ม
2. ให้เลื่อนเม้าส์ ไปที่ปุ่มที่ 3 ทางขวามือ (ปุ่มจะเป็นรูป กากบาท X ) เมื่อเลื่อนเม้าส์ไปวางจะมีคำว่า Close
3. คลิ๊ก 1 ครั้ง เครื่องก็จะปิดหน้าต่างโปรแกรมเครื่องคิดเลขไป
การขยายหน้าต่างของโปรแกรมให้เต็มจอภาพ (Maximize)
1. ที่หน้าต่าง ด้านบน ขวามือ ให้คลิ๊ก ปุ่มที่สอง เครื่องจะมีข้อความขึ้นมาว่า Maximize (แต่ถ้าหน้าต่าง ถูกขยายขึ้นมาอยู่แล้ว คำจะเปลี่ยนเป็น Restore ถ้าคลิ๊กลงไปจะกลายเป็นหน้าต่าง ขนาดปกติครับ)
2. จากนั้นเครื่องจะขยายหน้าต่างให้เต็มจอ ส่วนใหญ่เราจะขยายหน้าต่างให้เต็มจอเพื่อให้เห็นรายละเอียดในหน้าต่างมากขึ้นครับ
การลดขนาดหน้าต่างเป็น Icon ลงใน ทาสบาร์ หรือ การซ่อนหน้าต่าง (Minimize)
1. ที่หน้าต่าง ด้านบน ขวามือ ให้คลิ๊กปุ่มที่เป็นขีด ลบ ถ้าเลื่อนเม้าส์ไปวางจะขึ้นคำว่า Minimize
2. คลิ๊กลงไป 1 ครั้ง เครื่องก็จะซ่อนหน้าต่าง ลงไปไว้ด้านล่างตรงทาสบาร์
3. ที่ทาสบาร์จะมีคำเป็นลักษณะปุ่มเขียนว่า ซ่อนโปรแกรมอะไรไว้
4. แต่ ถ้าอยากเรียกขึ้นมาใช้งานตามเดิม ให้คลิ๊กที่ปุ่มด้านล่างที่ทาสบาร์ที่เราซ่อนเอาไว้ เครื่องก็จะเปิดหน้าต่างโปรแกรมที่เราซ่อนเอาไว้ ขึ้นมาใช้งานได้ตามเดิม
การปิดโปรแกรมที่ทำให้เครื่องเกิดอาการแฮงค์ (Hang) อาการแฮงค์ คืออาการที่เราอาจจะเปิดโปรแกรมขึ้นมาหลายโปรแกรม แล้วทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานไม่ทัน หรือเราอาจจะคลิ๊กเม้าส์หลายครั้ง ในขณะที่เครื่องกำลังประมวลผลอยู่ จนเครื่องทำงานไม่ทัน เลยเกิดอาการแฮงค์ ซึ่งอาการแฮงค์นี้จะทำให้เราไม่สามารถคลิ๊กอะไรที่จอภาพได้เลย วิธีการแก้ไขเบื้องต้นคือ
1. ที่แป้นพิมพ์ ให้เรากดปุ่ม Ctrl + Alt ค้างไว้ แล้วอีกมือหนึ่ง กดปุ่ม Delete แล้วปล่อย
2. เครื่องจะขึ้นหน้าต่าง Task Manager ขึ้นมา
3. จากนั้น เราคลิ๊กที่โปรแกรมที่เราคิดว่าทำให้เครื่องแฮงค์
4. ด้านล่าง คลิ๊กที่ปุ่ม End Task เครื่องจะปิดโปรแกรมนั้นทิ้งไป
5. ถ้าไม่มีการปิดโปรแกรมอื่นอีก ก็ให้เลือกปุ่ม Cancel ออกมา
อ้างอิง http://www.dopa.go.th/iad/subject/intro2.htm
(Microsoft Windows)
เนื้อหาจะเป็นการแนะนำ การใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ต่าง ๆ ที่จำเป็น ตั้งแต่การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ การจับเม้าส์ การกดปุ่มบนเม้าส์ ตลอดจนการเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ขึ้นมา การปิดโปรแกรมต่าง ๆ เมื่อไม่ใช้งาน การแก้ไขเครื่องในกรณีเครื่องเกิดอาการ Hang การปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้อง
การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
1. ตรวจสอบปลั๊กเสียก่อนว่า เสียบเรียบร้อยดีหรือไม่
2. ที่จอภาพ กดสวิทซ์ เพื่อเปิดจอภาพ
3. ที่ CPU. ด้านหน้า จะมีสวิทซ์ เพื่อเปิดเครื่อง (กดเบา ๆ )
4. เมื่อเปิดเครื่องแล้ว รอสักครู่ ที่จอภาพจะมีข้อความเพื่อตรวจสอบระบบต่าง ๆ
5. จากนั้น จะมีเสียง 1 ครั้ง
6. ที่หน้าจอภาพจะขึ้นคำว่า Windows เป็นการเริ่มต้นการใช้เครื่อง เพราะเครื่องจะต้องเรียกโปรแกรมควบคุมเครื่องที่ชื่อว่า Windows เสียก่อน (จะใช้เวลาประมาณ 3 นาที)
7. จากนั้นหน้าจอภาพจะมีโปรแกรมต่าง ๆ อยู่ด้านซ้าย และด้านล่างจะมีแถบ Task Bar ให้เราทำงานได้
การเลิกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
1. คลิ๊กที่ปุ่ม Start
2. เลื่อนมาคลิ๊กที่คำสั่ง Shut Down
3. คลิ๊กปุ่ม Ok
4. รอสักครู่เครื่องจะเริ่มทำการปิดระบบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์
5. จากนั้นเครื่องจะดับเอง
6. ยกเว้น จอภาพ ให้กดสวิทซ์ ปิดจอด้วย
ส่วนประกอบของหน้าจอภาพเมื่อเข้าสู่วินโดวส์เรียบร้อยแล้ว
1. ส่วนที่เป็นภาพฉากหลัง เราเรียกว่า ส่วนพื้นจอภาพ (Desk Top)
2. ด้านซ้ายของจอภาพ ส่วนที่เป็นรูปภาพ และมีคำบอกว่าเป็นโปรแกรมอะไร เรียกว่า (Icon) ลักษณะจะเป็นโปรแกรมต่าง ๆ ที่วินโดวส์ จะนำมาไว้ที่จอภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นโปรแกรมที่ถูกเรียกใช้บ่อย ๆ
3. ด้านล่างของจอภาพที่เป็นแถบสีเทา เราเรียกว่า (Task Bar) เป็นส่วนบอกสถานะต่าง ๆ โดยที่ด้านขวาของ ทาสบาร์ จะบอกเวลาปัจจุบัน สถานะของแป้นพิมพ์ว่า ภาษาไทย หรือ อังกฤษ โปรแกรมที่ถูกฝังตัวอยู่ ส่วนแถบตรงกลางจะใช้บอกว่า ขณะนี้เราเปิดโปรแกรมอะไรใช้งานอยู่บ้าง ด้านซ้ายของจอภาพ จะมีปุ่ม Start ใช้ในการเริ่มเข้าสู่โปรแกรมต่าง ๆ
การกดปุ่มบนเม้าส์ (Mouse) เม้าส์ในปัจจุบันจะมี 2 ปุ่ม ซ้าย และขวา ส่วนถ้าเป็นแบบล่าสุด จะมีปุ่มคล้าย ๆ ล้ออยู่ตรงกลางเพื่อใช้ในการเลื่อน ขึ้น และ ลง บนหน้าจอภาพ (Scroll Bar) ในการกดปุ่มบนเม้าส์นั้น จะมีวิธีกดปุ่มบนเม้าส์อยู่ทั้งหมด 4 วิธีคือ
1. คลิ๊ก (Click) คือการใช้นิ้วชี้กดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ 1 ครั้ง ใช้ในการเลือกสิ่งต่าง ๆ บนจอภาพ
2. ดับเบิ้ลคลิ๊ก (Double Click) คือการใช้นิ้วชี้กดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ 2 ครั้ง ติดกันอย่างเร็ว ใช้ในการเปิดโปรแกรมที่อยู่ด้านซ้ายของจอภาพ
3. แดร๊ก (Drag) คือการกดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ ค้างไว้ แล้วลากเม้าส์ ใช้ในการย้ายสิ่งต่าง ๆ
4. คลิ๊กขวา (Right – Click) คือการใช้นิ้วกลาง กดปุ่ม ขวา ของเม้าส์ 1 ครั้ง ใช้ในการเข้าเมนูลัดของโปรแกรม (Context Menu)
การเปิดโปรแกรมขึ้นมาใช้งาน เช่น ต้องการเปิดโปรแกรมเครื่องคิดเลข (Calculator)
1. คลิ๊กที่ปุ่ม Start ตรงแถบทาสบาร์ด้านล่างซ้ายมือ
2. เลื่อนเม้าส์เพื่อให้ลูกศรที่จอภาพ ชี้ที่คำว่า Program ตรงนี้ชี้ไว้เฉย ๆ ครับ ไม่ต้องคลิ๊กเม้าส์
3. เลื่อนเม้าส์ไปทางขวา ในแนวนอนก่อน แล้วเลื่อนขึ้นไปที่คำว่า Accessories ไม่ต้องคลิ๊กเม้าส์
4. เลื่อนเม้าส์ไปทางขวา ในแนวนอนอีก แล้วเลื่อนลงมาที่คำว่า Calculator
5. จากนั้นจับเม้าส์ให้ นิ่ง ๆ คลิ๊กเม้าส์ 1 ที (คือการกดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ 1 ครั้ง)
6. กรอบต่าง ๆ จะหายไป แล้วเครื่องจะเปิดหน้าต่าง เครื่องคิดเลขขึ้นมา ถือว่าเสร็จขึ้นตอนการเปิดโปรแกรมเครื่องคิดเลข ขึ้นมาใช้งาน ครับ
การปิดโปรแกรม เครื่องคิดเลข
1. ที่หน้าต่างเครื่องคิดเลข (Calculator) ตรงด้านบน ขวา มือจะมีปุ่มอยู่ 3 ปุ่ม
2. ให้เลื่อนเม้าส์ ไปที่ปุ่มที่ 3 ทางขวามือ (ปุ่มจะเป็นรูป กากบาท X ) เมื่อเลื่อนเม้าส์ไปวางจะมีคำว่า Close
3. คลิ๊ก 1 ครั้ง เครื่องก็จะปิดหน้าต่างโปรแกรมเครื่องคิดเลขไป
การขยายหน้าต่างของโปรแกรมให้เต็มจอภาพ (Maximize)
1. ที่หน้าต่าง ด้านบน ขวามือ ให้คลิ๊ก ปุ่มที่สอง เครื่องจะมีข้อความขึ้นมาว่า Maximize (แต่ถ้าหน้าต่าง ถูกขยายขึ้นมาอยู่แล้ว คำจะเปลี่ยนเป็น Restore ถ้าคลิ๊กลงไปจะกลายเป็นหน้าต่าง ขนาดปกติครับ)
2. จากนั้นเครื่องจะขยายหน้าต่างให้เต็มจอ ส่วนใหญ่เราจะขยายหน้าต่างให้เต็มจอเพื่อให้เห็นรายละเอียดในหน้าต่างมากขึ้นครับ
การลดขนาดหน้าต่างเป็น Icon ลงใน ทาสบาร์ หรือ การซ่อนหน้าต่าง (Minimize)
1. ที่หน้าต่าง ด้านบน ขวามือ ให้คลิ๊กปุ่มที่เป็นขีด ลบ ถ้าเลื่อนเม้าส์ไปวางจะขึ้นคำว่า Minimize
2. คลิ๊กลงไป 1 ครั้ง เครื่องก็จะซ่อนหน้าต่าง ลงไปไว้ด้านล่างตรงทาสบาร์
3. ที่ทาสบาร์จะมีคำเป็นลักษณะปุ่มเขียนว่า ซ่อนโปรแกรมอะไรไว้
4. แต่ ถ้าอยากเรียกขึ้นมาใช้งานตามเดิม ให้คลิ๊กที่ปุ่มด้านล่างที่ทาสบาร์ที่เราซ่อนเอาไว้ เครื่องก็จะเปิดหน้าต่างโปรแกรมที่เราซ่อนเอาไว้ ขึ้นมาใช้งานได้ตามเดิม
การปิดโปรแกรมที่ทำให้เครื่องเกิดอาการแฮงค์ (Hang) อาการแฮงค์ คืออาการที่เราอาจจะเปิดโปรแกรมขึ้นมาหลายโปรแกรม แล้วทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานไม่ทัน หรือเราอาจจะคลิ๊กเม้าส์หลายครั้ง ในขณะที่เครื่องกำลังประมวลผลอยู่ จนเครื่องทำงานไม่ทัน เลยเกิดอาการแฮงค์ ซึ่งอาการแฮงค์นี้จะทำให้เราไม่สามารถคลิ๊กอะไรที่จอภาพได้เลย วิธีการแก้ไขเบื้องต้นคือ
1. ที่แป้นพิมพ์ ให้เรากดปุ่ม Ctrl + Alt ค้างไว้ แล้วอีกมือหนึ่ง กดปุ่ม Delete แล้วปล่อย
2. เครื่องจะขึ้นหน้าต่าง Task Manager ขึ้นมา
3. จากนั้น เราคลิ๊กที่โปรแกรมที่เราคิดว่าทำให้เครื่องแฮงค์
4. ด้านล่าง คลิ๊กที่ปุ่ม End Task เครื่องจะปิดโปรแกรมนั้นทิ้งไป
5. ถ้าไม่มีการปิดโปรแกรมอื่นอีก ก็ให้เลือกปุ่ม Cancel ออกมา
อ้างอิง http://www.dopa.go.th/iad/subject/intro2.htm
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
